ทัวร์ยุโรปตะวันออก 8วัน เยอรมณี ออสเตรีย เชด

เราจัดเส้นทางเมืองมรดกโลก UNESCO ฮัลสตัท + ครุมลอฟ + ปราก +แบมเบิร์ก มาเต็มชุดใหญ่ พลาดไม่ได้ เพราะ สวยและคลาสสิค ทุกเมือง !! เข้าชม ปราสาทนอยชวานสไตน์ ปราสาทเทพนิยายอันแสนโรแมนติก เที่ยวเมืองที่ ถ่ายทำภาพยนต์ Hollywood เยอะที่สุดในเชค เมืองแห่งสปาแสนสวย คาร์โลวี วารี Karlovy vary สวยมาก ห้ามพลาด! เที่ยว 3 เมือง ที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดในเยอรมนี แบมเบิร์ก+โรเธนเบิร์ก+ไฮเดลเบิร์ก (เมืองพระราชสมภพ รัชกาลที่ 8) ช้อปปิ้ง เอาท์เลต Wertheim Outlet Village ถูก+ใหญ่ ที่เดียวครบ
**รวมทิปคนขับรถและไกค์ท้องถิ่นแล้ว

วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ
21.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 4 เคาน์เตอร์ สายการบินไทย THAI AIRWAYS เคาน์เตอร์ D สังเกตุป้ายบริษัท PERFECT PLAN VACATION พบเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็ค
สัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
วันที่สอง กรุงเทพฯ – มิวนิค – ปราสาทนอยชวานสไตน์ – ซาลส์บวร์ก
23.55 น. ออกเดินทางสู่ กรุงมิวนิค โดยเที่ยวบินที่ TG 924
07.35 น. เดินทางถึง มิวนิค MUNICH เมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี จากนั้นเดินทางสู่ หมู่บ้านชวานสเกา นาท่าน ขึ้นชม ปราสาทนอยชวานสไตน์ ของกษัตริย์ลุดวิคที่สองแห่งบาวาเรีย ทรงได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างปราสาท จากความหลงใหลในการแสดงอุปรากร ต่อมาปราสาทนอยชวานสไตน์ ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบฉากบัลเล่ต์และละครอีกนับร้อย ๆ เรื่อง ปราสาทนี้เป็นเหมือนปราสาทในเทพนิยายที่มีมนต์เสน่ห์ที่สุดในโลกและเป็นแบบจาลองให้วอลท์ ดิสนีย์ นำไปสร้างเป็นปราสาทของเจ้าหญิงในภาพยนตร์เรื่องเจ้าหญิงนิทรา ปราสาทเทพนิยายนอยชวานสไตน์ นี้ตั้งอยู่เหนือโกรกธารขรุขระของแม่น้าพอลแล็กในเทือกเขาแอลป์ เป็นปราสาททรงเสน่ห์ที่มีมนต์ขลังที่สุดในโลก หอคอยสีงาช้างของปราสาทดูลอยเด่นอยู่กลางป่าสนเขียวขจี กาเนิดขึ้นจากความฝันของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 เพียงพระองค์เดียว ผู้ทรงบันดาลให้เป็นจริงด้วยพระราชทรัพย์อันมหาศาล นาท่านสู่ จุดชมวิวถ่ายรูปปราสาททั้งหลัง แล้วเดินชมความร่มรื่นของแนวป่าสนสู่ตัวปราสาท แล้วนาเข้าชมความวิจิตรพิศดารของตัวปราสาทภายใน ที่พระองค์ทุ่มเทพระราชทรัพย์เพื่อเนรมิตฝันให้เป็นจริง ชมผลงานชิ้นเอกของจิตรกร ประติมากร และช่างแกะไม้ฝีมือเยี่ยม นาชมห้องบัลลังก์ ห้องบรรทม ห้องทรงดนตรีโอเปร่า ถ้าแห่งวีนัส ท้องพระโรง และห้องครัวที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น จากนั้นนากลับสู่เชิงเขา

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนาท่านเดินทางสู่ เมือง ซาลส์บวร์ก Salzburg เมืองแสนสวยที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้าซาลซัค มีบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ซึ่งตั้งอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขาทุ่งหญ้าเขียวขจีและทะเลสาบมองต์เซ ซึ่งเคยใช้เป็นฉากถ่ายทาภาพยนตร์เพลงชื่อก้องโลก The Sound of Music นาท่านชมและถ่ายรูป กับ สวนมิราเบล Mirabell Garden สวนอันสวยงามที่ตั้งอยู่ภายในพระราชวังเดิม ตกแต่งพันธุ์ไม้หลากหลายสีสัน จากนั้นข้ามฝั่งสู่เมืองเก่าที่มีปราสาทโฮเฮนซาลส์บวร์กตั้งเด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขา แวะชมบ้านเกิดของศิลปินเอกผู้แต่งเพลงคลาสสิคชื่อก้องโลกชาวออสเตรียนนามว่า โมสาร์ท Mozart ผู้ซึ่งสร้างผลงานทางด้านดนตรีไว้อย่างมากมาย บริเวณใจกลางเมืองซาลส์บวร์กจะมีถนนเล็กๆ ที่คึกคักมากเพราะเป็นย่านธุรกิจสาคัญ ซึ่งเต็มไปด้วย ร้านขายเสื้อผ้า ร้านขายหนังสือ ร้านอาหาร และร้านขายของฝากมากมาย อิสระให้ท่านเดินเล่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปเมืองซาลส์บวร์กตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร
พักที่ Holiday inn Salzburg HOTEL หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
วันที่สาม หมู่บ้านฮัลสตัท Unesco – เชสกี้ ครุมลอฟ Unesco – ขึ้นชมวิวบน ปราสาทครุมลอฟ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง ฮัลสตัท Hallstatt เมืองมรดกโลกเก่าแก่อายุกว่า 4,000 ปี ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามยิ่งและดึงดูดนักเดินทางมากมายให้มายังเมืองนี้ เมืองฮอล์สตรัทเป็นเมืองเล็กๆริมทะเลสาบ มีประชากรอาศัยไม่ถึง 1,000 คน มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงชัน บ้านเรือนในเมืองนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่แคบๆ ริมทะเลสาบ Halls tatter Sea จึงต้องสร้างลดหลั่นเป็นชั้นๆตามแนวเขา นาท่านเดินเล่นเที่ยวชมเมือง ฮัลสตัทและบรรยากาศริมทะเลสาบ Halls tatter Sea จากนั้นให้อิสระแก่ท่านถ่ายรูปเพื่อเก็บภาพความสวยงาม และบรรยากาศอันสุดแสนโรแมนติกของเมืองฮอล์สตรัทแห่งนี้

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านสู่เมือง เชสกี้ ครุมลอฟ Cesky Krumlov เมืองประวัติศาสตร์ที่สวยงามราวกับภาพวาดซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของโบฮีเมีย แต่งแต้มด้วยความโรแมนติก เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากเป็นอันดับที่สองของสาธารณรัฐเช็ก และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ.1992 ด้วยจานวนอาคารเก่าแก่กว่า 300 อาคารที่ได้รับการทะนุบารุงเป็นอย่างดี นาท่านเดินชมความน่ารักของเมือง สถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้ ได้แก่ หอหน้ากากอันมีชื่อเสียง โรงละครแบบบารอค สวน และน้าตกแบบรอคโคโค สะพานบาร์เบอร์ บ้านนักเล่นแร่แปรธาตุ โรงเบียร์เอ็กเกนเบิร์ก พิพิธภัณฑ์งานฝีมือ และแพไม้ เมืองนี้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดปี เดินเที่ยวชมเมืองโดยรอบ ชมจตุรัสกลางเมืองที่สวยงาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองอันเก่าแก่และยังคงใช้อยู่จนกระทั่งปัจจุบัน จากนั้นนาท่านขึ้นสู่ จุดชมวิวที่สวยที่สุดของเมือง บริเวณ ลาน Courtyard ของปราสาทครุมลอฟ ให้ท่านได้ถ่ายรูปที่ระลึกภายนอกของปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากปราสาทปราก มีห้องต่างๆ ถึง 40 ห้องลานปราสาท 5 แห่งและอุทยานอีก 1 แห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ชมทัศนียภาพของตัวเมืองจากลานหน้าอุทยาน ภาพที่ท่านเห็นคือบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยหลังคาสีส้มเรียงรายกันเป็นกระจุกๆ เหมือนบ้านตุ๊กตาที่สวยงาม
ค่่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร
พิเศษ !! ลิ้มรส อาหารพื้นเมือง ณ โรงเบียร์ EGGENBERG
พักที่ HOTEL OLD INN หรือระดับเดียวกัน
วันที่สี่ ปราก UNESCO – ปราสาทปราก – สะพานชาร์ล – นาฬิกาดาราศาสตร์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำคณะเดินทางสู่ กรุงปราก PRAGUE พร้อมชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ทุ่งดอกเรบซีดสีเหลืองอร่ามสลับกับไร่ปลูกต้นฮ๊อบ HOB วัตถุดิบหลักในการผลิตเบียร์ และหมู่บ้านชนบทอันเงียบสงบตลอดเส้นทางการเดินทาง จนกระทั่งเข้าสู่ กรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ค ซึ่งตั้งอยู่ริมสองฟากฝั่งแม่น้าวัลตาวา มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 1.2 ล้านคน ยูเนสโก UNESCO ประกาศให้กรุงปรากเป็นเมืองมรดกโลก เนื่องจากกรุงปรากเป็นเมืองเก่าแก่ ซึงได้สมญานามมากมาย เช่น นครแห่งปราสาท โรมแห่งอุดรทิศ และยังมีสถานสิ่งปลูกสร้างสาคัญ ๆ ที่สวยงามมากมาย
กลางวัน ❖ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ❖
นำท่านขึ้นสู่ ปราสาทปราก Prague Castle หรือ Pražský hrad เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง สามารถมองเห็นตัวปราสาทได้จากมุมต่างๆ ของเมือง จากนั้นนาท่านชมสิ่งที่ดึงดูดและสะดุดตาที่สาคัญๆ คือ มหาวิหารเซนต์วิตัส St. Vitus cathedral มหาวิหารหลังนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยศัตวรรษที่ 14 เป็นการสร้างแบบสถาปัตยกรรมโกธีก (Gothic) ที่ได้ตกแต่งประดับประดาไปด้วยหัวสัตว์ประหลาดมากมายที่ทาด้วยหินตั้งอยู่บนหลังคาและปากท่อรางน้าฝน ส่วนภายในของมหาวิหารจะได้พบกับความงามอันประณีตของสถานที่ฝังศพต่างๆ สามารถปีนไต่ขึ้นไปบนยอดสุดของหอระฆังได้ ซึ่งเป็นจุดที่สูงสุดของปราสาท และรอบๆปราสาทยังมีสิ่งที่น่าสนใจ จากนั้นนาท่านเดินต่อสู่ โกลเด้น เลน Golden Lane ซึ่งเป็นห้องแถวร้านค้าเล็กๆตั้งอยู่เรียงราย ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตห้องแถวเหล่านี้เคยใช้เป็นบ้านพักของทหารยามเฝ้าพระราชวัง พระราชวังเก่ามีการสร้างหลังคาที่มีรูปทรงแหลมสูงแบบสถาปัตยกรรมโกธีกตอนปลาย หรือเรียกอีกอย่างว่า สถาปัตยกรรมโกธีกวิจิตร (late Gothic) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปราสาทที่ตั้งตระหง่านอยู่ทุกวันนี้ นาท่านเดินต่อสู่เบื้องล่าง เลาะถนนริมแมน่น้าวัตตาวา ชม สะพานชาร์ล Charles Bridge สะพานเก่าแก่สัญลักษณ์ของกรุงปรากที่ทอดตัวข้ามแม่น้าวัตตาวา

ซึ่งเป็นแม่น้าสายหลักของประเทศ เป็นสิ่งก่อสร้างจากสมัยของพระเจ้าชาร์ลที่ 4 เป็นสะพานเก่าแก่ที่มีความสวยงามที่สุดในยุโรป โดยสองข้างสะพานจะประดับตกแต่งด้วยรูปปั้นนักบุญที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวเช็ค 30 องค์ และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่เรียงรายอยู่บนตลอดแนวสะพาน ก่อนนาท่านเดินต่อสู่ย่าน จตุรัสเมืองเก่า OLD TOWN SQUARE นาท่านบันทึกภาพกับ ศาลาว่าการเมืองหลังเก่า Old Town Hall ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1338 มีจุดเด่นคือ นาฬิก าดาราศาสตร์ Astronomical clock สร้างขึ้นกว่า 500 ปีมาแล้ว ทุกชั่วโมง กลไกจะทางานให้ตุ๊กตาอัครสาวก 12 คนของพระเยซู ผลัดกันโผล่หน้าออกมาจากหน้าต่าง ทักทายฝูงมหาชนแน่นขนัดที่คอยชมอยู่เบื้องล่าง เมื่อ 500 กว่าปีก่อน เทคโนโลยีเหล่านี้ยังไม่พัฒนาเหมือนในปัจจุบัน การใช้กลไกที่ซับซ้อนพอที่จะทาให้ตุ๊กตาหมุนออกมาทักทายผู้คนได้ขนาดนี้ถือว่าเป็นความสาเร็จอย่างมาก ตานานกล่าวว่าหลังจากนาฬิกานี้สร้างเสร็จ คนประดิษฐ์กลไกนาฬิก าชิ้นนี้ถูกควักลูกตาให้ตาบอด เพื่อที่จะไม่สามารถมองเห็นแล้วจะสามารถไปสร้างนาฬิกาแบบเดียวกันนี้ที่อื่น ก่อนมีเวลาอิสระให้ท่านได้เดินเล่น บันทึกภาพ หรือ เลือกเดินซื้อสินค้าตามอัธยาศัย ณ ย่านเมืองเก่า
*** (เนื่องจากรายการตลอดทั้งช่วงบ่ายนี้ จะต้องเดินทั้งหมด จึงรบกวนทุกท่านใส่รองเท้าที่สามารถเดินสบายๆ ไม่แนะนามีส้น และควรฟิตร่างกายไว้ให้พร้อม ระยะทางเดินประมาณ 3 กม. หากร่างกายไม่พร้อม กรุณาแจ้งหัวหน้าทัวร์ครับ) ***
ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร
พักที่ International HOTEL Prague หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 5 คาร์โลวี วารี – พิพิธภัณฑ์น้าแร่ – แบมเบิร์ก UNESCO – นูเรมเบิร์ก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
เดินทางโดยรถโค้ชสู่เมือง คาร์โลวี วารี Karlory vary เป็นเมืองที่มีความน่ารักมากๆ เมืองนี้ตั้งท่ามกลางเทือกเขาที่อุดมสมบูรณ์ และมีแม่น้าเทปลา ที่เป็นสายเลือดใหญ่ไหลหล่อเลี้ยงชีวิตของคนทั้งเมือง ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งสปาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเชค ตามตานานบอกว่าพระเจ้าชาร์ลที่ 4 ทรงพบแหล่งน้าแร่ที่เมืองนี้ในปีค.ศ. 1358 เมื่อครั้งเสด็จฯ ออกล่าสัตว์แล้วสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่งตกลงไปในบ่อน้าพุร้อน

นับแต่นั้นเมืองนี้ก็มีชื่อเสียงของบ่อน้าแร่ที่ใช้สาหรับรักษาร่างกายและบาบัดโรคร้ายต่างๆ เป็นต้นมาจนถึงเดี๋ยวนี้นาท่านเดินเล่นย่านใจกลางเมืองเก่า ของคาร์โลวี วารี ท่านสามารถแวะเข้าไปชิมน้าแร่เพื่อสุขภาพ ณ อาคารพิพิธภัณฑ์น้าแร่ใจกลางเมือง ซึ่งมีอุณภูมิ 30, 50 และ 72 องศา หรือจะเลือกเดินช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองชื่อดัง โดยเฉพาะ เครื่องแก้วโบฮีเมีย ของประเทศนี้

หากท่านไป ชิมน้าแร่ เพื่อให้เข้ากับรสชาติและละมุนลิ้นมากขึ้น ต้องดื่มกับ แก้วน้าแร่ สไตล์เฉพาะของชาวโบฮีเมียน รูปร่างมีปากยื่นออกมาเหมือนกาน้า ซื้อได้ตามร้านค้าในเมือง และอย่าลืมชิม ขนมวาฟเฟิล ของประเทศเชค ที่เค้าภูมิใจนักหนาว่า อร่อยไม่แพ้ ขนมวาฟเฟิล เซี่ยงไฮ้ หรือ ปักกิ่ง บ้านเรา ขายตามร้านค้าในเมือง และ ห้ามพลาด เหล้ายาย่อยอาหาร เบคเฮลอฟสก้า Becherovka ที่กาเนิด ณ เมืองแห่งนี้ ด้วยดีกรีทะลุ 38 ดีกรี เพียงพอต่อการย่อยกระเพาะแน่ๆ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง แบมเบิร์ก Bamberg 1ในเมืองสวยของเยอรมัน โดยเฉพาะบริเวณเมืองเก่า ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลก เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในเยอรมันนีที่รอดพ้นจากการที่ถูกบอมบ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตึกรามบ้านช่วงในเขต 2 เมืองเก่าจึง “เก่าจริง” มิได้สร้างหรือซ่อมแซมใหม่ให้ดู “เหมือนเก่า” นาท่านเดินเล่นเมืองเก่า บันทึกภาพกับ มหาวิหารแบมแบร์กเซนต์ปีเตอร์ และ เซนต์จอร์จ มีความสาคัญเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลของอัครบาทหลวงแห่งบัมแบร์ก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมานเนสก์ สร้างครั้งแรกในปี ค.ศ.1004 โดยจักรพรรดิเฮนรีที่สอง จากนั้นชม ศาลากลางหลังเก่าของเมือง ที่สร้างคร่อมทับแม่น้าเรกนิตซ์ ถือเป็นอาคารที่เปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองแห่งนี้
จากนั้นเดินทางสู่เมือง นูเรมเบิร์ก Nuremberg เมืองสุดแสนโรแมนติก ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1050 ยุคจักรวรรดิโรมันเรืองอานาจ และเป็นเมืองศูนย์กลางของชาวโรมัน มีร่องรอยของอาคารและทางเดินแบบชาวโรมัน เมืองแห่งปราสาทและเทพนิยาย ที่สวยงามดังภาพฝัน เมืองแห่งประวัติศาสตร์ไฟสงครามในแคว้นบาวาเรีย ซึ่งเคยถูกทิ้งระเบิดโจมตีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็กลับมาสวยงามเหมือนเดิม โดยชาวเมืองต่างช่วยกันบูรณะฟื้นฟูเมืองแห่งประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอันงดงาม

ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร
พักที่ Noris NUREMBERG Hotel หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 6 โรเธนเบิร์ก – จตุรัสเมืองเก่า – Wertheim Village Outlet – ไฮเดลเบิร์ก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โรเธนเบิร์ก หรือ โรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ Rothenburgob der Tauber เมืองเก่าแก่ของจักรวรรดิฟรังค์ ในเขตบาวาเรีย (Bavaria) ตั้งอยู่ภายในวงล้อมของกาแพงเมืองถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกของเยอรมนีเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์และแนวกาแพงป้องกันเมืองดั้งเดิมบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่ทาการค้า ไวน์ โค กระบือ และขนสัตว์ที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1274 นาท่านบันทึกภาพกับ ศาลาว่าการเมือง (Town Hall) ที่ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์สาคัญของเมือง โดยตัวอาคารนั้นถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1250 ในแบบอาคารโกธิค นาท่านผ่านชม คริสตจักรเซนต์ยาโคบ (Church of St. Jacob) คริสตจักรที่ใหญ่ที่สุดของเมืองโรเทนเบิร์ก และชมความงดงามของอาคารบ้านเรือนหลากสีสันที่ จัตุรัส Plönlein จัตุรัสเล็ก ๆ แต่มีชื่อเสียงในไปทั่วโลก บริเวณรอบ ๆประกอบไปด้วยลานน้าพุและตลาดเก่า อิสระท่านเดินเล่นชมเมือง ซื้อของฝากและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านสู่ Wertheim Village Outlet อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ราคาถูกต่างๆมากมาย อาทิ Bally, Coach, Calvin Klein Jeans, Diesel, Furlar, Fred Perry, La coste, Longchamp, Superdry, Timberland และอีกมากมายกว่าร้อยร้านค้า มีเวลาให้ท่านช้อปสินค้าคุณภาพ ก่อนเดินทางกลับสู่เมืองไทย จากนั้นนาท่านเดินทางสู่เมือง ไฮเดลเบิร์ก HEIDELBERG เป็นเมืองที่แสดงความ เป็นตัวตนของความเป็นเยอรมันโรแมนติกได้ดีที่สุด ตั้งอยู่บนชายป่าโอเดนวาลด์ (ODENWALD MOUNTAIN CHAIN) ที่ซึ่งแม่น้าเนคการ์ (NECKAR RIVER) ไหลมาบรรจบกับแม่น้าไรน์ (RHINE RIVER) และตัวเมืองตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่บนเนินริมฝั่งแม่น้า ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ของศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบโกธิคสมัยกลางและเคยถูกกองทัพฝรั่งเศสบุกเข้าทาลายเมื่อปีค.ศ 1689และในปีค.ศ 1693 นอกจากนั้นยังเป็นเมืองทางประวัติศาสตร์ของไทยเมืองหนึ่ง เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทรงประสูติ ณ เมืองนี้ และอัลเบิร์ต ไอสไตน์ เคยมาเดินบนเส้นทางนักปราชญ์ของเมืองนี้แล้ว/ เดินทางถึงเมืองไฮเดลเบิร์ก
ค่ำ รับประทานอาหารค่า ณ ภัตตาคาร
พักที่ Leonardo Heidelberg City Hotel หรือระดับเดียวกัน
วันที่ 7 ปราสาทไฮเดลเบิร์ก – แฟรงค์เฟิร์ต – จตุรัสโรเมอร์ – ช้อปปิ้งถนน ZEIL สนามบิน – กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านชม ปราสาทไฮเดลเบิร์ก HEIDELBERG CASTLE ซึ่งในอดีตเป็นป้อมปราการ และต่อมาได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นปราสาทเมื่อปีค.ศ 1544 แม้ปราสาทแห่งนี้จะเคยถูกเผาและทาลายไปบ้างในสมัยสงคราม แต่ก็ยังคงสภาพความสวยงามอยู่เหนือแม่น้าเนคการ์ได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ อิสระให้ท่านตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของปราสาท พร้อมชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้าและเมืองไฮเดลเบิร์ก ซึ่งถือเป็นสถานที่ชมวิวที่สวยที่สุดที่ท่านไม่ควรพลาด จากนั้นนาท่านลงจากบริเวณเนินเขาปราสาทสู่ ย่านเมืองเก่า นาท่านแวะบันทึกภาพกับ โบสถ์พระจิตอันบริสุทธิ์ Churh of Holy Spirit ที่ตั้งอยู่ใจกลางตลาดเมืองเก่า รายล้อมไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร บาร์ และแหล่งช้อปปิ้ง นาท่านบันทึกภาพกับอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ สะพานเก่า Old Bridge หรือ สะพานคาร์ล ธีโอดอร์ อีกหนึ่งจุดชมวิวที่สามารถถ่ายภาพสวยของเมืองเก่าโดยมีปราสาทไฮเดลเบิร์กตั้งอยู่บนเนินเขา สมควรแก่เวลา นาท่านเดินทางสู่ แฟรงค์เฟิร์ต Frankfurt เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของเยอรมนี ถือเป็นเมืองแห่งศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงินและการธนาคารที่ร่ารวยที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป

กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่าน ชมเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งชื่อเมืองแฟรงก์เฟิร์ตในประเทศเยอรมนี นิยมเรียกชื่อเต็มคือ ฟรังค์ฟวร์ทอัมไมน์ หมายถึงเมืองแฟรงก์เฟิร์ตที่อยู่บนแม่น้าไมน์ เพื่อแยกความแตกต่างจากเมืองฟรังค์ฟวร์ทอันเดอร์โอเดอร์ (Frankfurt an der Oder) ริมฝั่งแม่น้าโอเดอร์ในรัฐบรันเดนบูร์กทางด้านตะวันออกของประเทศ นาท่านชม จตุรัสโรเมอร์ จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุดจุดหนึ่งในแฟรงก์เฟิร์ต มีอาคาร 9 อาคาร ที่สร้างเป็น Frankfurt City Hall ซึ่งได้รับมาจากครอบครัวพ่อค้าครอบครัวหนึ่ง โดยอาคารตรงกลางกลายเป็น City Hall และถูกเชื่อมกับอาคารรอบ ๆ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของรัฐบาลท้องถิ่นมามากกว่า 600 ปี โดยทั้งภายนอกและภายในมีการตกแต่งด้วยสไตล์โกธิคสมัยใหม่ ซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ณ ย่านช้อปปิ้งบนถนนเซลล์ Zeil ย่านช้อปปิ้งเก่าแก่และคึกคักที่สุดของเมืองแฟร้งค์เฟิร์ต ตั้งอยู่ริมถนน Zeil

ครั้งหนึ่ง ที่นี่ เคยเป็นที่ตั้งของขนาดใหญ่ที่การซื้อขายวัวควาย ต่อมากลายเป็นเป็นแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ที่สาคัญในทุกประเทศเยอรมนี ถือว่าเป็นถนนยาวที่สุดของประเทศ มีสินค้าหลากหลายบริเวณถนนสายนี้ เต็มไปด้วยร้านบูติกเล็ก เครื่องประดับโบราณ เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านขายของเฟอร์นิเจอร์ และห้างสรรพสินค้าต่างๆ มากมาย และสินค้าแฟชั่นให้ท่านได้เลือกซื้อ จนกระทั่งสมควรแก่เวลา นาท่านออกเดินทางสู่สนามบิน เตรียมตัวเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
*** อิสระอาหารค่า เพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้งและเดินทางสู่สนามบิน ***
17.00 น. เดินทางสู่สนามบิน แฟรงค์เฟิร์ต พร้อมมีเวลาให้ท่านกระทาภาษีคืน TAX REFUND
20.40 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 923
วันที่ 8 กรุงเทพฯ
14.25 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารชั้น 2 โดยสวัสดิภาพ












Like us on Facebook